Corgi

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560



ครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560
เวลา 11:30-14:30 น.

      การเรียนวันนี้เริ่มต้นด้วยการนำเสนอข่าวจากแหล่งต่างๆ  นำเสนอบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย หนูนำเสนอเรื่อง รักลูกอย่าตีลูก เพราะการทำร้ายเด็กแต่เกิด จะทำให้เกิดผลเสียต่อตัวเด็กอย่างมาก
เรื่องหนึ่งที่พูดกันไม่รู้จบ คือ การลงโทษเด็กในปกครอง ทั้งพ่อแม่และผู้ปกครอง     การลงโทษเด็กที่ใช้กันถึงทุกวันนี้ คือ การลงโทษด้วยการตี ทั้งการลงมือลงไม้เสมือนการทำร้ายร่างกายเด็ก โดยเฉพาะพ่อแม่และผู้ปกครองที่ใช้อารมณ์ลงโทษเด็ก  รุนแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอารมณ์ขณะนั้นแม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีการศึกษาดี แต่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ยังใช้ความรุนแรงลงโทษลูกและเด็กในปกครองเป็นประจำ เรียกว่าทุกครั้งที่เห็นเด็กทำผิด หรือไม่ทำตามที่ตัวบอก หรือทำไม่ถูกตามที่ต้องการ  มักลงโทษลูกและเด็กด้วยความรุนแรง เช่น การตี เป็นนิสัย    การลงโทษเด็กมีหลายวิธีโดยที่เด็กไม่ได้รับความเจ็บปวดจากการลงโทษ เหมือนการตี การทำร้ายร่างกายเด็ก ว่ากันสั้นๆ ง่ายๆ คือการพูดจาให้เด็กได้รู้ว่า  สิ่งที่เด็กทำนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ควรทำเช่นนั้น  เตือนเด็กด้วยคำพูดที่ไม่ร้ายแรงเกินไป   ขณะที่หลายครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองบอกว่าเด็กดื้อ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อแม่ผู้ปกครอง   โดยทั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่รู้เลยหรือว่า เด็กก็คือคนเช่นเดียวกับเรา ท่านทั้งหลายมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง ต้องการทำอะไรตามที่ตัวเองคิดว่าทำได้ เหมือนกับเราและท่านเมื่อตอนเป็นเด็ก
รักลูกอย่าตีลูก เพราะลูกไม่ใช่วัวไม่ใช่ควาย

ต่อมาจะเป็นการนำเสนองานของแต่ละกลุ่ม  และตอบคำถาม  วันนี้กลุ่มของเรานำเสนอ
เรื่อง ทฤษฎีวุฒิภาวะชองกีเซล  เป็นทฤษฎีที่มีเนื่อหาแจะจงไปที่ตัวเด็กโดยตรง
เกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านพฤติกรรมหรือ วงจรพฤติกรรม (cycles  of  behavior)





พอนำเสนอจบก็จะมีการให้เพื่อนๆ ช่วยกันตอบคำถามพร้อมให้เหตุผล

        




         ความรู้ที่ได้รับจากวันนี้ คือ นักทฤษฎีแต่ละคนให้ความหมายและคำนิยาม การมองเด็ก คนละมุมมอง แต่ที่มีความคล้ายกันคือ มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยของเด็กและมีการเจริญเติบโตตามวัย

ประเมินตัวเอง : มีความตั้งใจในการเรียนการสอน เพราะฟังการนำเสนอของเพื่อนแต่ละกลุ่ม
ประเมินเพื่อน : เพื่อนส่วนมากมีความตั้งใจเรียนตั้งใจฟัง และก็มีเพื่อนบางคนที่ไม่ยอมฟังและยังมีการพูดคุยตลอดเวลา ทำให้เพื่อนที่ตั้งใจเรียนตั้งใจฟังไม่มีสมาธิ
ประเมินผู้สอน : อาจารย์ให้นักศึกษาหาข้อมูลเอง ทำให้มีความรู้มากกว่าในชั้นเรียนเพราะต้องมีการอ่าน การเตรียมความพร้อมมาก่อน และอาจารย์ก็มีการพูดสรุปและยกตัวอย่างให้ฟังตอนท้าน เป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 2 วันที่ 23 มกราคม 2560



ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560
เวลา 11:30-14:30 น.

          เริ่มต้นการเรียนของวันนี้หนูเกือบมาสาย เพราะหนูมัวแต่กินข้าวเลยขึ้นมาเกือบไม่ทัน แต่ ปั๊มไก่นะค่ะ เริ่มเรียนแบบงงๆ เพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว การเรียนในวันนี้ก็ขึ้นเรื่องใหม่ เรียนเรื่องทฤษฎีพัฒนาการกับเด็กปฐมวัย
 ซิกมันด์  ฟรอยด์ (พัฒนาการทางบุคลิกภาพ)
 อีริค  อีริคสัน (พัฒนาการทางบุคลิกภาพ 8 ขั้น)
 กีเซล (พัฒนาการและการเรียนรู้)
 เพียเจท์ (พัฒนาการทางสติปัญญา)
 โคลเบิร์ก (พัฒนาการทางจริยธรรม)
 บรูเนอร์ (พัฒนาการทางความคิด)



อาจารย์บาส พูดแต่ทฤษฎี เพื่อนหนูเลยคุยบ้าง 5555



          ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและมีคุยนอกเรื่องบ้าง มีความรู้มากขึ้น เพราะรอบนี้มีวีดีโอเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัยด้วย
          ประเมินเพื่อน : ทุกคนตั้งใจฟังและจดบันทึก เพื่อนคุยกันน้อยลง น่ารักค่ะ
          ประเมินผู้สอน : ชอบวิธีการแสน แต่อยากให้อาจารย์มีการพักสมองบ้าง เช่น การ ถาม ตอบ เพื่อเป็นการวัดความตั้งใจเรียนของเด็กแต่ละคนค่ะ



วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560

ครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560
เวลา 11:30-14:30 น.

                    วันที่สองของการเรียน วันนี้หนูมาเรียนเช้า และได้ปั๊มไก่ตอนแรกหนูก็คิดว่าอาจารย์จะให้นำเสนอบทคอลัมน์ แต่อาจารย์ก็ลืม 555555 วันนี้ อ.บาสเช็คชื่อแล้วบอกให้นักศึกษาลงไปซื้อน้ำให้ พอเข้าสู่เนื้อหา ก็เรียนเรื่อง
🔺 ทฤษฎีพัฒนาการกับเด็กปฐมวัย
          -เราปลูกฝังประสบการณ์ให้กับเด็กมากกว่าการเรียนการสอน
          -การทดลอง
          -การเล่น
          -สภาพแวดล้อม
          -การลงมือปฏิบัติ
          -ต้องสอนให้เป็นคนดี คนเก่ง
🔺 ความหมายของพัฒนาการ
          -การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ที่เป็นไปอย่างมีลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
          -พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
          -เวลา  วุฒิภาวะ
          -สภาพแวดล้อม จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก
🔺 ลักษณะทั่วไปของพัฒนาการ
          -พันธุกรรม
          -วุฒิภาวะ
          🔼ภายในร่างการ (Internal  foctors)
          🔼ภานนอกร่างกาย (External  foctors)
🔺 ธรรมชาติของเด็ก
          ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง จะไม่รู้จักความคิดของตนเองและว่าต่างจากคนอื่นอย่างไร จะเลียนแบบหรือสนใจคนที่ตนรัก อยากรู้อยากเห็น มีจินตนาการในการเล่นของเล่น ในเด็กวัยนี้จะมีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรงและรู้จักอิจฉาคนอื่น และต้องการการยอมรับจากผู้ใหญ่
🔺 ลักษณะพัฒนาการ มี 9 ข้อ
🔺 ปัจจัยมี 8 ข้อ
🔺 เด็กพิเศษ (Children with special need)
          หมายถึง  มีลักษณะหรือความต้องการพิเศษทางภาษา
               🔼ประเภท    ➤ 1.ความสามารถสูง
                                   ➤ 2.ความบกพร่อง
               🔼วิธีวังเกต  ➤ 1.พบแพทย์
                                   ➤ 2.รับการส่งเสริมพัฒนาการ

💬 นมที่มีคุณค่าที่สุด คือ หยดแรก 💬


          ประเมินตนเอง : การเรียนเนื้อหาที่เน้นทฤษฎีมักจะน่าเบื่อ เลยต้องมีการวาดรูปไปด้วยระหว่างการจดบันทึกแต่หนูก็ตั้งใจเรียนนะ อาจจะมีคุยบ้าง แต่น้อยครั้งค่ะ
          ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียนแต่อาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนคุยแบบเสียงดัง จนคนที่เรียนไม่มีสมาธิ  หนูอยากให้เพื่อนคุยเฉพาะเรื่องที่จำเป็น หรือพยายามคุยให้น้อยลงค่ะ (อย่าว่าหนูอคติเลยนะค่ะเพราะเวลาเรียนหนูอยากให้เพื่อนตั้งใจจริงๆ)
          ประเมินผู้สอน : วันนี้อาจารย์สอนได้น่าสนใจ แต่อาจารย์ชอบเล่นมุก แต่พวกหนูตามไม่ทัน อาจารย์น่ารักค่ะ

          สัปดาห์นี้ อาจารย์ปล่อยก่อนเวลาตามที่บอกไว้ตอนต้นคาบ และเวลาเรียนเพื่อนก็ตั้งใจ น่ารักเหมือนเดิมค่ะ 💖💖